บทที่ 4 ทำอะไรเป็นบ้าง?
ดานิกาตัวแข็งทื่อ เธอนั่งอยู่อย่างนั้นนานหลายนาทีจนคามินทร์เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
“เห้ยๆ ให้มันน้อยๆ หน่อย”
นั่นทำให้เธอได้สติและรีบพาตัวเองลงมาจากตักของแฝดคนน้อง ตอนนั้นเองที่เธอหันไปมองอีกคนและทำให้เธอได้รู้ว่าพวกเขาเป็นฝาแฝดที่แทบไม่เหมือนกันเลย
แม้ว่าใบหน้าจะเหมือนกันมาก แต่บุคลิกของคามินทร์นั้นดูขี้เล่นกว่ามาก ขณะที่นาวินทร์แม้จะดูอบอุ่น แต่เขาก็นิ่งจนน่ากลัว
ทั้งสองคนต่างกันอีกอย่างคือการแต่งตัว นาวินทร์สวมเชิ้ตสีขาวติดกระดุมเกือบครบทุกเม็ด ส่วนคามินทร์นั้นสวมเชิ้ตสีแดง กระดุมปลดลงมาจนเห็นซิกแพ็ก แล้วยังเห็นรอยสักที่หน้าอกซ้ายลามไปถึงข้อมือ
ขณะที่เธอเกร็งจนทำอะไรไม่ถูก นาวินทร์แอบส่งสายตาให้แฝดผู้พี่เชิงไล่เขากลายๆ
คามินทร์แอบถอนหายใจอย่างเซ็งๆ แต่ก็ยอมลุกขึ้นโดยดี
“งั้นกูไปก่อนนะ มีธุระต่อว่ะ”
ก่อนที่คามินทร์จะเดินออกไปก็ไม่ลืมหันมากำชับหญิงสาว
“ดูแลแขกคนนี้ดีๆ นะครับ อย่าให้เขาไม่พอใจ”
คำนั้นเหมือนเป็นคำขู่อยู่กลายๆ ยิ่งทำให้เธอเกร็งกว่าเดิมอีก
พอคามินทร์ออกไปแล้ว ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ดานิกาลอบมองชายข้างตัวเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของเขา พบว่าเขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แค่เอนหลังพิงโซฟาพลางยกมือขึ้นเท้าหัว และมองมาที่เธอพร้อมกับอมยิ้มเล็กๆ
“เอ่อ...คือว่า...”
ต้องทำยังไงดี เธอเองก็รับลูกค้า VIP มาเยอะ แต่ไม่เคยเจอคนที่รับมือยากขนาดนี้มาก่อน
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่นาน ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น
“แล้วนี่...ทำอะไรเป็นบ้างล่ะเรา?”
ดานิกาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบตอบเขาด้วยความตกใจ
“ทำได้ทุกอย่างค่ะ”
แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบกว่าเดิม
ชายตรงหน้าเธอเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ทันใดนั้นเขาก็เลื่อนมือมาโอบเอวเธอไว้อีกครั้งแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ทุกอย่างจริงเหรอ?” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ ทั้งที่ในห้องนี้มีเพียงเราสองคนเท่านั้น
เสียงของเขาทำให้หัวใจของดานิกาคันยุบยิบ ใบหน้าของเธอแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู แม้แต่การพยายามดันเขาออกยังไม่อยู่ในความคิด
ทำยังไงดี...
“คือว่า...” ในที่สุดเธอก็กลั้นใจพูดออกไปได้สำเร็จ มือทั้งสองข้างยกขึ้นดันอกเขาไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้มากไปกว่านี้
นาวินทร์ยิ้มมุมปาก เขามองหน้าเธอราวกับกำลังรอคำพูดต่อไปอยู่
“คือ...ให้ฉันชงเหล้าให้ดีไหมคะ คุณดื่มแบบไหน?”
“ฉันไม่ค่อยดื่มน่ะสิ อยากทำอย่างอื่นมากกว่า”
สายตาของเขาละจากดวงตาของเธอไล่ลงมาที่ริมฝีปากอย่างมีนัยยะ
หัวใจของดานิกาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก นาทีนั้นเธออยากขอความช่วยเหลือ รู้สึกเหมือนจะต้านเสน่ห์ของคนตรงหน้าไม่ไหว
แม้แต่กฎที่ว่าห้ามมีอะไรกับลูกค้าก็ไม่อยู่ในหัวเธอแล้ว ตอนนี้ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ ในหัวมันก็คิดว่าแค่จูบคงไม่เป็นไร
ความคิดนั้นทำให้เธอเผลอหลับตาแล้วยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอย่างลืมตัว
ทว่ารออยู่นาน จุมพิตที่รอคอยกลับยังมาไม่ถึง เปลือกตาสีมุกค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะพบว่าเขามองอยู่ด้วยรอยยิ้มบางที่มุมปาก
นาทีนั้นเธออายจนอยากโดดออกจากตึกให้รู้แล้วรู้รอด ทันทีที่รู้ตัวเธอรีบถอยห่างออกจากเขาแล้วทำเป็นหยิบแก้วมาคีบน้ำแข็งใส่อย่างเก้อๆ
นาวินทร์ไม่ได้ว่าอะไร เขาเพียงมองภาพนั้นแล้วหัวเราะในลำคอ
น่ารักดี
ในเมื่อเขาไม่ได้บอกว่าชอบหรืออยากดื่มอะไรเป็นพิเศษ เธอจึงเทเครื่องดื่มตรงหน้าใส่แก้วให้เขาสุ่มๆ แล้วยื่นไปให้
นาวินทร์รับมันไปแล้วจิบน้อยๆ ก่อนจะยื่นคืนให้เธอ
“เธอดื่มด้วยสิ”
“เดี๋ยวฉันชงของฉันเองค่ะ” เธอหันไปจะหยิบแก้วมาอีกใบ แต่ถูกเขาจับต้นแขนดึงเข้าหาตัวก่อนจะเอาแก้วเดิมที่เขาดื่มจ่อปาก
ความเย็นของแก้วแตะเข้าที่ริมฝีปากล่าง ทว่าดานิกากลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ริมฝีปากเขาทิ้งเอาไว้จางๆ บนนั้น
นี่มัน...ต่างกับจูบทางอ้อมตรงไหน
เขายกแก้วขึ้นทำให้แอลกอฮอล์รสขมปร่าไหลเข้าปากเธอไปนิดหน่อย ด้วยความที่กำลังเหม่อลอยทำให้เธอถึงกับสำลัก
“แค่กๆๆๆๆ”
เขาเห็นอย่างนั้นก็ไม่บังคับเธอต่อ แต่กลับยกมือขึ้นลูบหลังให้ด้วยความรู้สึกผิด
ไม่น่าแกล้งเลย นาวินทร์คิดในใจ
ดานิกาสำลักอยู่พักใหญ่ ไอจนจมูกแดงน้ำตาไหล ทว่าแทนที่เขาจะสงสาร กลับมองว่าเธอดูน่ารักจนละสายตาไม่ได้
“รู้ว่าดื่มไม่เก่ง แล้วยังมาทำงานอย่างนี้อีก” เขาว่าพลางหยิบแก้วใบเดิมขึ้นมาจิบไปพลาง
ดานิกาได้ยินอย่างนั้นก็หันมาตอบเขา
“ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ มันเป็นงาน”
“งานที่ว่า หมายถึงจูบกับแขกด้วยงั้นสิ” เขาเพียงต้องการแซวการกระทำของเธอเมื่อครู่ ทว่าคำตอบของดานิกาทำให้เขาถึงกับนิ่งไป
“ถ้าเกิดว่ามันทำให้ได้เงิน และเงินมากพอ แค่จูบจะเป็นอะไรไปล่ะคะ”
หน้าของเขาชาไปครึ่งแถบราวกับถูกน้ำเย็นๆ ราดใส่หน้า นั่นหมายความว่าความน่ารักที่เขากำลังชื่นชม อาจจะถูกใครก็ได้ชื่นชมอยู่เช่นกัน และถ้าเกิดเงินมากพอ ก็อาจจะ...
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ในใจของเขาเกิดหึงหวงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แก้วเหล้าในมือถูกวางลงบนโต๊ะด้วยความไม่พอใจ
เสียงแก้วกระแทกโต๊ะทำให้ดานิกาสะดุ้งด้วยความตกใจ
“คุณ...”
“หมายความว่า ถ้าเงินถึง แค่จูบก็ทำได้ใช่ไหม?”
เขาคว้าตัวเธอกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง มือหนาจับต้นคอของหญิงสาวเอาไว้ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับกับจูบของเขา
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนะ...อื้อ”
เขาไม่ให้โอกาสเธอได้ปฏิเสธเลยแม้แต่นิดเดียว ริมฝีปากบางถูกเขาประกบจนไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจของเขาเป่ารดอยู่ที่ข้างแก้ม ในขณะที่ปากล่างถูกเขาขบเม้มเบาๆ สลับกับดูดดึงอยู่อย่างนั้น
นี่มันต่างจากที่เธอคิดเอาไว้มาก เป็นจูบที่ไร้ซึ่งความหวานโดยสิ้นเชิง แต่ถึงอย่างนั้นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งอยู่ในลมหายใจของเขาก็ค่อยๆ กล่อมให้เธอโอนอ่อน การต่อต้านในทีแรกเริ่มอ่อนลงทีละน้อย
จูบที่แรกเริ่มเกิดจากความหึงหวงค่อยๆ เปลี่ยนไป เขาไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังตักตวงความหวานจากริมฝีปากของเธออย่างไม่รู้จักพอ ราวกับจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว ไม่อยากให้ออกไปทำตัวน่ารักให้ใครได้เห็นอีก
เขาเหมือนเครื่องจักรที่ถูกจุดไฟติด ยิ่งจูบยิ่งกระหาย ยิ่งอยากได้สัมผัสที่ลึกล้ำมากกว่านี้ จนกระทั่งมือเริ่มเลื่อนขึ้นไปสูงโดยไม่รู้ตัว
ฝ่ามือของเขาเผลอล้วงเข้าไปใต้ชายเสื้อ แตะเข้ากับขอบบราเซียลูกไม้ สัมผัสนั้นทำให้ดานิกาได้สติ
เธอลืมตาโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะตัดสินใจดันตัวเขาออกแล้วฟาดฝ่ามือเข้าไปที่แก้มเขาอย่างแรง
เพียะ!!
แรงตบนั้นทำให้นาวินทร์ได้สติเช่นเดียวกัน เขาหันกลับไปหาดานิกา เห็นว่าเธอกำลังหน้าแดงก่ำ ดวงตามีน้ำตาคลอ ภาพที่เห็นทำให้เขาเริ่มรู้สึกผิด
“คือว่าผม...” เขากำลังจะขอโทษ แต่เธอกลับไม่เปิดโอกาสเลยแม้แต่นิดเดียว
“ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินได้ก็จริง แต่มันต้องมาจากความเต็มใจของฉันเท่านั้น ถ้าคิดว่าตัวเองมีเงินแล้วทำได้ทุกอย่าง คุณคิดผิด”
เขาไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้น เมื่อครู่ก็แค่หึงจนขาดสติ แต่ถ้าพูดแบบนั้นออกไป ทุกอย่างคงแย่กว่าเดิมอีก
แต่พอเขาไม่พูด ก็กลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้เธอเข้าใจผิดเขามากกว่าเดิม
“เก็บเงินของคุณไว้เถอะค่ะ จูบเมื่อกี้ฉันจะคิดซะว่าทำบุญ!”
แล้วเธอก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งเขาไว้กับความรู้สึกเคว้งคว้างและความรู้สึกผิด
“แม่งเอ๊ย...”
